ทำความเข้าใจรูปแบบการใช้งานของระบบ ERP
ระบบแบบ On-Premises ERP คืออะไร
ระบบแบบ On-Premises หรือที่เรียกกันว่า "On-Prem" คือการติดตั้งระบบ ERP ไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเอง ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อยู่ภายในองค์กร เราเป็นเจ้าของและควบคุมทุกอย่างเอง หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นการติดตั้งระบบภายในเองทั้งหมด ควบคุมระบบเองทั้งหมด
ระบบ Cloud ERP คืออะไร
ระบบ Cloud ERP คือการใช้งานระบบ ERP ผ่านผู้ให้บริการคลาวด์ โดยผู้ให้บริการเป็นคนดูแลเซิร์ฟเวอร์ การบำรุงรักษา และการอัพเดท เราค่าบริการเป็นรายเดือนหรือรายปี ซึ่งค่าบริการขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการคลาวด์เรียกเก็บ โดยในปัจจุบันมีรูปแบบย่อยของคลาวด์อีก 3 แบบ คือ แบบ Public Cloud (ใช้ร่วมกับองค์กรอื่น), แบบ Virtual Private Cloud (เช่าเฉพาะองค์กรเรา), และแบบ Hybrid Cloud (ผสมระหว่าง On-Prem กับ Cloud)

การเปรียบเทียบการใช้งานในมุมมองต่างๆ
ผมลองเปรียบเทียบรูปแบบการใช้งานระบบ ERP ในมุมมองต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมดังนี้
-
ด้านความคุ้มค่า (Value for Money)
จากประสบการณ์ของผม การคำนวณความคุ้มค่าต้องดูทั้งระยะสั้นและระยะยาว ไม่ใช่แค่ดูราคาตั้งต้นเพียงอย่างเดียวพิจารณาค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Cost of Ownership หรือ TCO)
- แบบ On-Premises จะมีการต้นทุนเริ่มต้นสูงมาก เราต้องซื้อเซิร์ฟเวอร์ ระบบสำรองไฟ ระบบเครือข่าย ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ และอาจต้องปรับปรุงห้องเซิร์ฟเวอร์ให้พร้อม รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ดูแลระบบอีกด้วย
- แบบ Cloud ERP ซึ่งข้อดีของคลาวด์จะไม่มีต้นทุนเริ่มต้นสูง จ่ายเป็นรายเดือนตามจำนวนผู้ใช้งานและฟีเจอร์ที่ใช้งาน ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ โดยมีข้อดีคือเริ่มต้นได้ง่าย ไม่ต้องลงทุนเงินก้อนใหญ่
คำแนะนำของผม
- ถ้าเรามั่นใจว่าจะใช้ระบบนี้อย่างน้อย 7-10 ปี และมีเงินลงทุนพร้อมทั้งทรัพยากร การเลือกใช้งาน On-Premises อาจคุ้มค่ากว่า
- ถ้างบประมาณจำกัด หรือยังไม่แน่ใจในอนาคต การเลือกใช้งานคลาวด์ลดความเสี่ยง
- ถ้าองค์กรขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 100 คน) การเลือกใช้งานคลาวด์เหมาะสมที่สุด
ตัวอย่างระบบ Cloud ERP จากทาง Microsoft ชื่อว่า Dynamic 365 ซึ่งคิดค่าบริการเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานและจำนวนผู้ใช้งาน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ $USD 50 – 300+ ต่อผู้ใช้งานต่อเดือน (ราว 1,800 – 10,800+ บาท/เดือน)
-
ด้านความปลอดภัย (Security)
หัวข้อนี้เป็นประเด็นที่มีการกังวลกันมากที่สุด และมีความเข้าใจผิดไม่น้อย
คำแนะนำของผม
- ถ้าเราเป็นองค์กร SME ทั่วไป และไม่มีทีมเจ้าหน้าที่ไอที การเลือกใช้งานระบบแบบ Cloud ERP ปลอดภัยกว่า
- ถ้าเรามีข้อมูลที่ต้องปฎิบัติตามกับกฎหมายหรือข้อกำหนดเฉพาะ (เช่น PDPA, HIPAA) การเลือกใช้งานระบบแบบ Virtual Private Cloud หรือแบบ On-Prem
- ถ้าเป็นหน่วยงานราชการหรือธนาคารจะเลือกใช้งานระบบแบบ On-Prem หรือแบบ Virtual Private Cloud เท่านั้น
- ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมพนักงานเรื่องความปลอดภัย (Security Awareness) เพราะจุดอ่อนที่สุดมักเป็นคนใช้งาน ไม่ใช่เทคโนโลยี
-
ด้านความยืดหยุ่น (Flexibility)
-
แบบ On-Premises
ปรับแต่งได้เกือบทุกอย่างตามต้องการ ถ้าต้องการเพิ่มฟีเจอร์พิเศษ เปลี่ยนแปลงขั้นตอนการทำงาน (Workflow) หรือการเชื่อมต่อ (Integrate) กับระบบอื่นๆ ก็ทำได้อย่างอิสระแต่ข้อเสียคือ
- ต้องมีทีมพัฒนาที่ดี (Developer) หรือจ้างที่ปรึกษา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง
- การปรับแต่งมากเกินไปทำให้ยากต่อการอัปเกรดในอนาคต
- การขยายระบบ (Scale Up) ต้องซื้อเครื่องใหม่ ใช้เวลานานในการสั่งซื้ออุปกรณ์
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาผมเคยเห็นบริษัทที่ปรับแต่งระบบมากเกินไป จนเวลาโปรแกรม ERP ออกเวอร์ชันใหม่ กลายเป็นว่าไม่สามารถอัปเกรดได้ ต้องใช้เวอร์ชันเก่าต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุดต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด
-
แบบ Cloud ERP
ยืดหยุ่นในแบบที่ต่างออกไป เราปรับแต่งได้น้อยกว่าแบบ On-Prem แต่ได้ความยืดหยุ่นในด้านอื่นๆ เช่น
- การขยายระบบเพิ่มขึ้นหรือลดลง (Scale Up/Down) ได้ง่าย ทำได้โดยการใช้งานตามจำนวนผู้ใช้งานของระบบ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการคิดค่าบริการของผู้ให้บริการคลาวด์
- สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทั้งในออฟฟิศ ที่บ้าน ผ่านทางอินเทอร์เน็ต
- สามารถอัปเดทได้อัตโนมัติ ได้ฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
- สามารถเปิดสาขาใหม่ง่าย ไม่ต้องติดตั้งระบบใหม่เพราะใช้งานระบบอยู่บนคลาวด์
ซึ่งระบบคลาวด์สมัยใหม่มีรองรับการเชื่อมต่อผ่านทาง API สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ได้ไม่ยากนัก แต่ถ้าต้องการปรับแต่งลึกๆ อาจมีข้อจำกัดบ้าง
คำแนะนำของผม
- ถ้าธุรกิจของเรามีกระบวนการที่ซับซ้อนมาก มีขั้นตอนและกระบวนการเฉพาะการเลือกใช้งานแบบ On-Prem เหมาะสมกว่า
- ถ้าธุรกิจของเราเติบโตเร็ว มีพนักงานทำงานหลายที่ หรือมีแผนขยายสาขา การใช้งานระบบคลาวด์เหมาะสมกว่า
- ถ้าอยากได้ทั้งสองอย่าง พิจารณาแบบ Hybrid Model
-
ด้านค่าใช้จ่าย (Cost Breakdown)
ลองเปรียบเทียบในมุมของค่าใช้จ่าย เพราะคนส่วนมากมองแค่ค่าซอฟต์แวร์ แต่ความจริงมีค่าใช้จ่ายแฝงอีกมาก
คำแนะนำของผม
- ถ้ามีเงินลงทุนเริ่มต้นและมั่นใจใช้ระยะยาว การเลือกใช้งานแบบ On-Prem คุ้มค่ากว่า
- ถ้าต้องการรักษากระแสเงินสด (Cash Flow) ที่ดีกว่า การเลือกใช้งานแบบคลาวด์เหมาะกว่า
- พิจารณาว่าเงินก้อนนั้นจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง ถ้ามีโอกาสลงทุนอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าการใช้งานแบบคลาวด์อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
-
ปัจจัยอื่นๆ ที่ควรพิจารณา
สรุปเป็นตารางเปรียบเทียบได้ดังนี้
| ปัจจัย |
แบบ On-Premises |
แบบ Cloud ERP |
| ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น |
สูงมาก (5 - 20 ล้าน) |
ต่ำ (1 - 4 ล้าน) |
| ค่าใช้จ่ายรวม 10 ปี |
ต่ำกว่า (23 - 70 ล้าน) |
สูงกว่า (27 - 40 ล้าน) |
| กระแสเงินสด (Cash Flow) |
ลงทุนสูงในช่วงแรก |
มีการกระขายการซื้อ ชำระตามที่ใช้งานจริง |
| การควบคุมข้อมูล |
สามารถควบคุมได้ 100% |
ควบคุมได้น้อยกว่า |
| ความปลอดภัย (องค์กรขนาด SME) |
ขึ้นกับความสามารถของทีมไอที |
มาตรฐานสูง |
| ความปลอดภัย (องค์ขนาดกรใหญ่) |
ควบคุมได้ดีกว่า |
ขึ้นกับผู้ให้บริการคลาวด์ |
| การปรับแต่ง (Customized) |
ยืดหยุ่นมาก |
จำกัดกว่า |
| การขยายระบบ (Scale Up/ Scale Down) |
ช้า ต้องซื้อเครื่องใหม่ |
เร็ว แค่ปรับ License |
| การเข้าถึงข้อมูล |
เฉพาะในองค์กร |
ทุกที่ทุกเวลา |
| การอัปเดทระบบ |
ต้องทำเอง มีค่าใช้จ่าย |
อัตโนมัติ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม |
| ความต้องการทีมไอที |
ต้องการทีมที่แข็งแกร่ง |
ต้องการน้อยกว่า |
| ความเสี่ยงจากอินเทอร์เน็ต |
ไม่ขึ้นกับอินเทอร์เน็ต |
ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต
(สามารถลดความเสี่ยงโดยการใช้งาน อินเทอร์เน็ตหลายช่องทางผ่าน SD-WAN)
|
|
ศูนย์ข้อมูลสำรอง (Disaster Recovery)
|
ต้องลงทุนเอง
(สามารถเลือกใช้งานศูนย์ข้อมูล สำรองผ่านระบบคลาวด์ได้)
|
มีให้อยู่แล้ว
(ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการคลาวด์)
|
| ระยะเวลาการติดตั้งระบบ |
ราว 6 - 12 เดือน |
ราว 2 - 6 เดือน |
| การปฎิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) |
ควบคุมได้เต็มที่ |
ขึ้นกับผู้ให้บริการคลาวด์ |
แล้วเราจะเลือกใช้งานระบบ ERP อย่างไรดี?
ผมขอแนะนำการใช้งานดังนี้
-
เลือกใช้งานแบบ On-Premises เมื่อ
- มีเงินลงทุนเริ่มต้นเพียงพอ และวางแผนใช้งานอย่างน้อย 7 - 10 ปี
- มีข้อมูลที่อ่อนไหวมาก หรือต้องทำตามกับกฎหมายหรือข้อกำหนดเฉพาะของอุตสาหกรรมนั้น เช่น ธนาคาร, โรงพยาบาล หรือหน่วยงานราชการ
- มีทีมไอทีที่มีความสามารถสูง
- ต้องการปรับแต่งระบบอย่างลึกซึ้ง
- อินเทอร์เน็ตในพื้นที่ไม่เสถียร
- เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีกระบวนการซับซ้อน
-
เลือก Cloud ERP เมื่อ
- งบประมาณเริ่มต้นจำกัด
- ต้องการเริ่มใช้งานเร็ว (ภายใน 3 - 6 เดือน)
- ธุรกิจเติบโตเร็ว หรือมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย
- มีพนักงานทำงานหลายสาขาหรือทำงานได้ทุกที่ (Remote Work)
- ไม่มีทีมไอทีที่แข็งแกร่ง
- ต้องการฟีเจอร์ใหม่ๆ อยู่เสมอ
- เป็นบริษัทขนาด SME ที่ต้องการลดต้นทุนด้านระบบไอที
- ต้องการระบบที่ทันสมัยและเชื่อมต่อได้ง่าย
-
เลือกใช้งานแบบ Hybrid เมื่อ
- ต้องการประโยชน์จากทั้งสองแบบ
- มีข้อมูลบางส่วนที่อ่อนไหวมาก (เก็บแบบ On-Prem) และข้อมูลทั่วไป (เก็บแบบคลาวด์)
- มีสาขาหลายแห่ง แต่ต้องการควบคุมข้อมูลส่วนกลาง
- กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากแบบ On-Prem ไปแบบ Cloud ERP
- เลือกใช้งานบางระบบบนคลาวด์ บางระบบใช้งานแบบ On-Premise โดยไม่เกี่ยวเนื่องกัน
โดยอาจจะอ้างอิงจากกรณีศึกษาในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น
-
โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
- เลือกใช้งานแบบ On-Premises
- เหตุผล มีการผลิตที่ซับซ้อน ต้องการปรับแต่งระบบมาก อินเทอร์เน็ตในนิคมอุตสาหกรรมไม่เสถียร หากอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้จะกระทบต่อการผลิตในโรงงาน
- ผลลัพธ์ ใช้งานได้ดี แต่ต้นทุนเริ่มต้นสูงมาก

-
บริษัททำธุรกิจแบบ E-commerce
- เลือกใช้งานแบบ Cloud ERP
- เหตุผล เติบโตเร็วมาก ต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ เข้าด้วยกัน
- ผลลัพธ์ สามารถขยายระบบได้ง่าย เพิ่ม/ลดจำนวนการใช้งานได้
-
โรงพยาบาลเอกชน
- เลือกใช้งานแบบ Virtual Private Cloud ในประเทศ
- เหตุผล ข้อมูลผู้ป่วยอ่อนไหวมาก ต้องรองรับตามกับกฎหมาย แต่ต้องการเข้าถึงข้อมูลจากหลายสาขา
- ผลลัพธ์ ได้ทั้งความปลอดภัยและความยืดหยุ่น แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบ Public Cloud ทั่วไป
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เมื่อพิจารณาเลือกใช้งานระบบ ERP มีดังนี้
- คิดแค่ราคาซอฟต์แวร์ ไม่คิดค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ไม่คำนวณ Total Cost of Ownership (TCO) คิดเฉพาะเงินลงทุนเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว
- ไม่พิจารณาความพร้อมของทีมไอทีเลือกแบบ On-Prem แต่ไม่มีคนดูแลที่ดี รวมไปถึงการขาดความต่อเนื่องในการดูแลหากเจ้าหน้าที่ไอทีลาออกจากบริษัท
- ต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการภายในบางส่วนให้รองรับกับการทำงานของระบบ ERP
- ไม่มีแผนสำรอง หรือแผนฉุกเฉินกรณีไม่สามารถใช้งานระบบ ERP ได้ ซึ่งรวมทั้งแบบ On-Prem และแบบ Cloud ERP
- ไม่ประเมินถึงอนาคต เลือกแบบที่ใช้ได้แค่ตอนนี้ พอธุรกิจเติบโต ระบบไม่รองรับ
สำหรับการเลือกระหว่างแบบ On-Premises และแบบ Cloud ERP ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องแบบเดียวสำหรับทุกคน คำตอบที่ดีที่สุดคือคำตอบที่เหมาะกับองค์กรของเรา
- วิเคราะห์ให้ครอบคลุม ดูทั้งต้นทุน ความปลอดภัย ความยืดหยุ่น และอนาคตของธุรกิจ
- คุยกับผู้ใช้จริง หาบริษัทที่ใช้ระบบจริงมาพูดคุย
- ทดลองใช้งาน (Trial) หรือทำ Proof of Concept ก่อนตัดสินใจ
- ประเมินค่าใช้จ่ายคิดในระยะยาว อาจจะพิจารณาการใช้งานสัก 5 - 10 ปี
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หาที่ปรึกษาที่เป็นกลาง เพราะระบบ ERP เป็นการใช้งานทั้งองค์กร
- เตรียมองค์กร ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน การเตรียมคนสำคัญที่สุด
- มีแผนสำรองถ้าเลือกผิด จะทำอย่างไร? มีทางออกหรือไม่?
สำหรับการใช้งานแบบ Cloud ERP กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในองค์กรขนาด SME เพราะลดความเสี่ยง ลดต้นทุนเริ่มต้น และยืดหยุ่นกว่า แต่สำหรับองค์กรใหญ่หรือองค์กรที่มีข้อกำหนดพิเศษ การใช้งานแบบ On-Prem ยังคงมีบทบาทสำคัญ ซึ่งอนาคตน่าจะเป็น Hybrid Model ที่ผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน ใช้แบบ Cloud ERP สำหรับงานทั่วไปและแบบ On-Prem สำหรับข้อมูลที่สำคัญและมีข้อกำหนดสุดท้ายนี้ อย่าลืมว่า ERP เป็นเครื่องมือเท่านั้น จุดประสงคำสำคัญคือการทำให้ธุรกิจดีขึ้น ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ถ้าไม่เหมาะกับองค์กร ก็ไม่ได้ผล
อ้างอิง: